เจาะ 4 เหตุการณ์ ที่ “มาดามแป้ง” ต้องออกโรงเอง หลังไปสู่แวดวงบอล

เจาะ 4 เหตุการณ์ ที่ “มาดามแป้ง” ต้องออกโรงเอง หลังไปสู่แวดวงบอล

ทีมข่าวไทยรัฐสปอร์ต ประมวล 4 เหตุการณ์ที่ “มาดามแป้ง” ต้องออกโรงเอง หลังไปสู่แวดวงบอล

บอลเต็ง หลังจาก “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ก้าวสู่การบริหารทีม การท่าเรือ เอฟซี ในศึกไทยลีก น้อยครั้งที่คุณจะตัดสินใจออกโรง อธิบายข้อความสำคัญต่างๆ ด้วยตัวเอง แต่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้คุณตัดสินใจต้องออกโรงอธิบายหัวข้อต่างๆ ด้วยตัวเอง และนี่คือเหตุการณ์ที่คุณต้องออกมาเรียกร้องบางสิ่งบางอย่าง เพื่อให้สโมสรและแวดวงบอลไทย

ไก่เห็นตีนงูบอลเต็ง
เอาจริงดิ
เปิดสถิติการใช้ VAR ในศึกไทยลีก 4 เกมแรก
1.ปกป้องสิทธิ์ท่าเรือ-ขอไม่เพลย์ออฟ ตกชั้น

ปี 2015 ขวบปีแรก ที่คุณเผ่านาบริหารทีมการท่าเรือ เอฟซี เกิดเหตุการณ์ที่บอลไทยลีกต้องเพิ่มเป็นการชั่วคราว ด้วยเหตุว่าสภาพการณ์ความวุ่นวายของการแข่งขันไทยลีก และการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทย ส่งผลให้ทาง TPL (เดิม) มีมติให้ การท่าเรือ ทีมในชั้นที่ 17 ต้องเพลย์ออฟกับ ทีโอที เอสซี ทีมในชั้นที่ 18 เพื่อให้ให้เหลือทีมตกชั้นทีมเดียว

ส่งผลให้ “มาดามแป้ง” ไม่พอใจกับมติที่เกิดขึ้น เพราะว่ามองว่าทีมของคุณมีชั้นและเฮดทูเฮดที่ดีมากกว่าทีโอที เอสซี โดยกล่าวว่า การท่าเรือ พร้อมเคารพกติกาด้วยการตกชั้นไปเล่นในดิวิชั่น 1 หากยังมี 18 ทีมเท่าเดิม ส่วนการเตะเพลย์ออฟกับ ทีโอที เอสซี เพื่อให้หาทีมสุดท้ายที่จะตกชั้น คุณความคิดว่ามีไม่ยุติธรรม จึงทำให้คุณตัดสินใจออกมาเรียกร้องสิทธิ์คราวนี้

แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อไทยลีกปี 2016 ไม่มีการเพิ่มทีม ทำให้ “มาดามแป้ง” ตัดสินใจเคารพกติกา ด้วยการให้การท่าเรือ เอฟซี ตกชั้นไปเล่นในศึกดิวิชั่น 1 ก่อนจะใช้เวลาเพียงปีเดียวในการเลื่อนชั้นขึ้นมา

2.รับไม่ได้กับการตัดสิน

ปี 2019 “การท่าเรือ เอฟซี” ของ “มาดามแป้ง” ต้องเผชิญปัญหาการตัดสินอยู่หลายนัด จนถึงจุดที่คุณรู้สึกทนไม่ได้ คือ หลังเกมที่ทีมบุกไปพ่าย การท่าเรือ เอฟซี ช่วงวันที่ 30 มีนาคม ใจความสำคัญคือ ต้องการให้สมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทย ได้รับทราบปัญหาการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินที่ขาดมาตรฐาน ที่มาเรียกร้องไม่ได้ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงคำตัดสิน แต่ความคิดว่ามีถึงเวลาแล้วที่สมาคมกีฬาบอลฯ ต้องเผ่านาดูแลเรื่องการตัดสินอย่างจริงจังเสียที

จากนั้นคุณออกมาแสดงความไม่พอใจถึงการตัดสินของผู้ตัดสินหลายต่อหลายนัด แต่คุณก็ไม่ได้ออกมาเรียกร้องอะไรก็แล้วแต่กับทางสมาคมฯ เพิ่มเติม มีเพียงการระบายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพียงแค่นั้น

3.ส่งสารถึง “โค้ชโชค”

การแยกทางของการท่าเรือ เอฟซี กับ “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ ในปี 2020 ถือเป็นหัวข้อคำถามของแฟนบอลของทีมพอสมควร ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นใจความสำคัญใหญ่เมื่อ “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ ดันไปให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์ว่า ในเชิงถูกแทรกแซงการบริหารจัดการทีม

ข้อความสำคัญนี้จึงทำให้ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ออกมาตอบโต้กับใจความสำคัญที่เกิดขึ้น โดยบอกว่า ที่ผ่านมาเป็นการทำงานร่วมกัน ทั้งยังไม่เคย “ฆ่าน้อง-ฟ้องนาย-ขายเพื่อให้น” ทั้ง “โค้ชโชค” พูดในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง เลือกพูดในสิ่งที่ต้องการจะพูด ส่วนตัวไม่ชอบไปตอบโต้และรังแกคนที่เคยร่วมงาน น่าเสียดายที่มาทำลายตัวเองด้วยการไม่มีน้ำใจนักกีฬา”

4.ใจความสำคัญร้อน VAR

เหตุการณ์ปัจจุบันที่ทำให้คุณตัดสินใจตั้งโต๊ะแถลงร่วมกับอีกสองสโมสร คือ แบงค็อก ยูไนเต็ด และเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คือ การตอบโต้หัวข้อการใช้ VAR ซึ่งทั้งสามสโมสรมองว่า ควรที่จะให้ความชัดเจนกับสโมสรสมาชิก และควรที่จะใช้งาน VAR ให้ครบทุกแมตช์ และยินดีที่จะให้สมาคมฯ นำเงิน 16 ล้านบาท ที่บริษัทเมืองไทยประกันภัยมอบให้การส่งเสริมบอลหญิง มาเป็นค่าใช้จ่ายในการใช้ VAR

นอกจากนี้ คุณยังส่งจดหมายเปิดผนึกถึง พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาบอลฯ เพื่อให้ขอความชัดเจนใน 7 ใจความสำคัญ เช่น ผู้ถือลิขสิทธิ์รายใหม่, งบดุลสมาคมฯ เป็นต้น ทั้งยังยังฝากประโยคเด็ดขอให้สมาคมฯ ช่วยฟังเสียงจากสโมสรสมาชิกบ้าง กับประโยคที่ว่า DARE TO SAY, DARE TO DO, DARE TO LISTEN”.

ทีมข่าวไทยรัฐบอลเต็งสปอร์ต ประมวล 4 เหตุการณ์ที่ “มาดามแป้ง” ต้องออกโรงเอง หลังไปสู่แวดวงบอล

หลังจาก “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ก้าวสู่การบริหารทีม การท่าเรือ เอฟซี ในศึกไทยลีก น้อยครั้งที่คุณจะตัดสินใจออกโรง อธิบายข้อความสำคัญต่างๆ ด้วยตัวเอง แต่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้คุณตัดสินใจต้องออกโรงอธิบายหัวข้อต่างๆ ด้วยตัวเอง และนี่คือเหตุการณ์ที่คุณต้องออกมาเรียกร้องบางสิ่งบางอย่าง เพื่อให้สโมสรและแวดวงบอลไทย

ไก่เห็นตีนงู
เอาจริงดิ
เปิดสถิติการใช้ VAR ในศึกไทยลีก 4 เกมแรก
1.ปกป้องสิทธิ์ท่าเรือ-ขอไม่เพลย์ออฟ ตกชั้น

ปี 2015 ขวบปีแรก ที่คุณเผ่านาบริหารทีมการท่าเรือ เอฟซี เกิดเหตุการณ์ที่บอลไทยลีกต้องเพิ่มเป็นการชั่วคราว ด้วยเหตุว่าสภาพการณ์ความวุ่นวายของการแข่งขันไทยลีก และการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทย ส่งผลให้ทาง TPL (เดิม) มีมติให้ การท่าเรือ ทีมในชั้นที่ 17 ต้องเพลย์ออฟกับ ทีโอที เอสซี ทีมในชั้นที่ 18 เพื่อให้ให้เหลือทีมตกชั้นทีมเดียว

ส่งผลให้ “มาดามแป้ง” ไม่พอใจกับมติที่เกิดขึ้น เพราะว่ามองว่าทีมของคุณมีชั้นและเฮดทูเฮดที่ดีมากกว่าทีโอที เอสซี โดยกล่าวว่า การท่าเรือ พร้อมเคารพกติกาด้วยการตกชั้นไปเล่นในดิวิชั่น 1 หากยังมี 18 ทีมเท่าเดิม ส่วนการเตะเพลย์ออฟกับ ทีโอที เอสซี เพื่อให้หาทีมสุดท้ายที่จะตกชั้น คุณความคิดว่ามีไม่ยุติธรรม จึงทำให้คุณตัดสินใจออกมาเรียกร้องสิทธิ์คราวนี้

แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อไทยลีกปี 2016 ไม่มีการเพิ่มทีม ทำให้ “มาดามแป้ง” ตัดสินใจเคารพกติกา ด้วยการให้การท่าเรือ เอฟซี ตกชั้นไปเล่นในศึกดิวิชั่น 1 ก่อนจะใช้เวลาเพียงปีเดียวในการเลื่อนชั้นขึ้นมา

2.รับไม่ได้กับการตัดสิน

ปี 2019 “การท่าเรือ เอฟซี” ของ “มาดามแป้ง” ต้องเผชิญปัญหาการตัดสินอยู่หลายนัด จนถึงจุดที่คุณรู้สึกทนไม่ได้ คือ หลังเกมที่ทีมบุกไปพ่าย การท่าเรือ เอฟซี ช่วงวันที่ 30 มีนาคม ใจความสำคัญคือ ต้องการให้สมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทย ได้รับทราบปัญหาการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินที่ขาดมาตรฐาน ที่มาเรียกร้องไม่ได้ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงคำตัดสิน แต่ความคิดว่ามีถึงเวลาแล้วที่สมาคมกีฬาบอลฯ ต้องเผ่านาดูแลเรื่องการตัดสินอย่างจริงจังเสียที

จากนั้นคุณออกมาแสดงความไม่พอใจถึงการตัดสินของผู้ตัดสินหลายต่อหลายนัด แต่คุณก็ไม่ได้ออกมาเรียกร้องอะไรก็แล้วแต่กับทางสมาคมฯ เพิ่มเติม มีเพียงการระบายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพียงแค่นั้น

3.ส่งสารถึง “โค้ชโชค”

การแยกทางของการท่าเรือ เอฟซี กับ “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ ในปี 2020 ถือเป็นหัวข้อคำถามของแฟนบอลของทีมพอสมควร ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นใจความสำคัญใหญ่เมื่อ “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ ดันไปให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์ว่า ในเชิงถูกแทรกแซงการบริหารจัดการทีม

ข้อความสำคัญนี้จึงทำให้ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ออกมาตอบโต้กับใจความสำคัญที่เกิดขึ้น โดยบอกว่า ที่ผ่านมาเป็นการทำงานร่วมกัน ทั้งยังไม่เคย “ฆ่าน้อง-ฟ้องนาย-ขายเพื่อให้น” ทั้ง “โค้ชโชค” พูดในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง เลือกพูดในสิ่งที่ต้องการจะพูด ส่วนตัวไม่ชอบไปตอบโต้และรังแกคนที่เคยร่วมงาน น่าเสียดายที่มาทำลายตัวเองด้วยการไม่มีน้ำใจนักกีฬา”

4.ใจความสำคัญร้อน VAR

เหตุการณ์ปัจจุบันที่ทำให้คุณตัดสินใจตั้งโต๊ะแถลงร่วมกับอีกสองสโมสร คือ แบงค็อก ยูไนเต็ด และเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คือ การตอบโต้หัวข้อการใช้ VAR ซึ่งทั้งสามสโมสรมองว่า ควรที่จะให้ความชัดเจนกับสโมสรสมาชิก และควรที่จะใช้งาน VAR ให้ครบทุกแมตช์ และยินดีที่จะให้สมาคมฯ นำเงิน 16 ล้านบาท ที่บริษัทเมืองไทยประกันภัยมอบให้การส่งเสริมบอลหญิง มาเป็นค่าใช้จ่ายในการใช้ VAR

นอกจากนี้ คุณยังส่งจดหมายเปิดผนึกถึง พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาบอลฯ เพื่อให้ขอความชัดเจนใน 7 ใจความสำคัญ เช่น ผู้ถือลิขสิทธิ์รายใหม่, งบดุลสมาคมฯ เป็นต้น ทั้งยังยังฝากประโยคเด็ดขอให้สมาคมฯ ช่วยฟังเสียงจากสโมสรสมาชิกบ้าง กับประโยคที่ว่า DARE TO SAY, DARE TO DO, DARE TO LISTEN”.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *